parameth's profile•·.·´¯`·.·•Ït ' § Mÿ Lîƒ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 10

    สิ่งใดเท่ากับ 100% ?!?

    สิ่งใดที่เท่ากับ 100% ?!?

    ถ้า….

    A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

    มีค่าเท่ากับ

    1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

    เราจะพบว่า......


    1) H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%

    HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %

    2) K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%

    KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %

    3) L+O+V+E=12+15+22+5 = 54%

    LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %

    4) L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47%

    LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ 47 %

    Q : ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!!

    คำตอบคือมี

    แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %

    - ใช่เงิน ( Money ) หรือเปล่า ?
    ……… .... .....ไม่ใช่ !!!!!

    - ความเป็นผู้นำ(Leadership)หรือเปล่า ?
    ………ไม่ใช่ !!!!!

    Q : แล้วอะไรล่ะ ?

    Ans. : A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%

    ATTITUDE หรือ ทัศนคติ นั่นเอง ที่มีค่าเท่ากับ 100 %
    ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่
    ทุกปัญหามีทางออก
    . . บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน "ทัศนคติ " ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง
    มีเพียงแต่ "ทัศนคติ" ของเราเท่านั้น ที่จะเป็นตัวนำทาง ไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และงานที่ทำ 100%

    ....ความคิด & ทัศนคติ....และสุดท้าย .... การลงมือทำ

    Credit : Pantip.com ห้องหว้ากอ ~

    คุกกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน....

    คุกกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน

    ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง
    ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม 
    และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง 
    เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอ
    มีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสักครู่หนึ่ง 
    ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง 
    แล้วกินมันอย่างละชิ้นเธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
    เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา

    ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า
     "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"
    ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
    ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร 
    ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น 
    เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
    "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ
    ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"

    เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง 
    ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม 
    ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
    เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า
    ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ

    เธอตกใจมาก
    ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน
    เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า
    มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง

    เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
    เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
    เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง..........

    มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
     "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น 
    และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย"

    ..........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น 
    ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า

    "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?
    เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"..........